poonyakorn's profileSpace ของ poonyakornPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
Space ของ poonyakornAugust 07 ifIf If a picture paints a thousand words, Then why can't I paint you? The words will never show the you I've come to know. If a face could launch a thousand ships, Then where am I to go? There's no one home but you, You're all that's left me too. And when my love for life is running dry, You come and pour yourself on me. If a man could be two places at one time, I'd be with you. Tomorrow and today, beside you all the way. If the world should stop revolving spinning slowly down to die, I'd spend the end with you. And when the world was through, Then one by one the stars would all go out, Then you and I would simply fly away...
เป็นเพลงที่ชอบมากเลยครับ ฟังแล้วน้ำตาจะไหล T T ไปหาโหลดกันนะคับ
July 08 วันที่ลืมไม่ลง3และแล้วพอกลับบ้านลงจากรถด้วยฟิลที่เศร้า แอ็น เซ็ง สุดๆ ครับ แต่พอมาเจอหม่าม้า และหมาๆที่บ้านก็รู้สึกดีขึ้นครับ การมีครอบครัวมันก็ดีอย่างนี้แหละมีคนมาคอยห่วง หม่าม้าพอรู้เรื่องขณะที่หม่าม้ากำลังทำกับข้าวอยู่ ก็มีการเปลี่ยนเมนูทันทีเมื่อรู้ว่าผมผ่าฟันคุดมาอย่างนี้ โอ้ช่างดีจริงๆ จากหมูกระเทียบพริกไทยมาเป็นข้าวต้มหอยลาย แต่ผมก็ไม่สามรถที่จะกินลงได้กินไปนับคำได้ประมาณ 5 คำแต่วันนั้นซัดน้ำไปไม่รู้กี่แก้ว คงเป็นเพราะเสียเลือดมากกระมั้ง หลังจากนั้นโทรศัพท์ที่ไม่มีปุ่มปิดเครื่อง ของผมก็ได้รับแมสเซิสของเพื่อนๆน่ารักมากเลยครับ ส่งแมสเซิสมาหลายคนมากๆ แต่ทุกคนส่งมาประมาณว่า บวมๆๆๆหน้าบวม แน่ๆ ประมาณนี้ทุกคนเลยไม่รู้ทำไม แต่ถึงยังไงก็ขอบคุณน้า บางคนบอกว่าถ้าอาจารย์พาไปเลี้ยงแล้วเอากองเชียร์ไปด้วยน้า แต่มีบางคนสิครับ ส่งมาเยอะมากๆ ประมาณว่าบ้านน้องเป็นญาติกับเอไอเอสเหรอไงเนี่ย ส่งแมสเซสฟรีเหรอเนี่ย น่ารักมากๆ อย่างน้อยไม่ได้ช่วยให้หายเจ็บแต่ก็ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นครับ แต่มันก็แปลกน่ะ ผมก็ยังรู้สึกเหมือนขาดอะไรไป..เห้อ.. และแล้วผมก็เข้านอนครับ..โดยไม่ได้แปรงฟัน ...ปากเหม็นสุดๆ...
และแล้ววันรุ่งขึ้นก็มาถึงหลังจากตื่นนอนตอนเช้าอย่างแรกที่ทำคือการเดินไปหน้ากระจกที่อยู่ปลายเตียงครับ โอ้ มันไม่บวมครับ หรือไม่ก็บวมแค่นิดเดียวจนแทบไม่สังเกตเห็นเลยครับ เป็นไปได้ไง ส่วนอาการปวดนะเหรอครับไม่ต้องห่วงหลังจากตื่นมากินข้าวเสร็จผมก็อัดไปเลยครับยาแรงๆที่อาจารย์ให้มา ปวดบ้างเล็กน้อย แต่ถ้าปวดก็อัดพอนสแต้นไปอีก ดูดิ จะปวดอีกเหรอ ไม่มีทางครับ และด้วยพลังความงกของผม ผมยังไม่เจียมสังขาร ผมไปสอนพิเศษน้องมิ้นครับ (น้องมิ้นเป็นเด็กเซนโยครับ น่ารัก อยู่ชั้นป3.ครับ)ผมสามารถอ้าปากได้ไม่ถึง 20มิลด้วยซ้ำครับ พูดก็พูดแบบกัดฟันครับ แต่คิดว่าน้องมิ้นคงเรียนรู้เรื่องมั้ง หลังจากสอนเสร็จเป็นเวลาสองชม. หมาม้าก็ได้โทรนัดออกไปกินข้าวครับ คราวนี้หมาม้าบอกกินสุกี้กัน ก็ไปเอ็มเคแถวบ้าน คงนึกว่าผมจะสั่งข้าวต้ม โจ้ก หมูเปื่อยๆสินะ ครับ เปล่าเลย ผมดูเมนูแล้วคิดเลยครับว่าถ้าผมเห็นเมนูแล้วตอนที่ผมนอนโดนผ่าอยู่ผมจะสั่งอะไร ผมก็สั่งเลยครับ อาหารจานแรกที่ผมสั่งคือ "หมี่หยก เป็ดย่างเอ็มเค"โอ้...คงคืดซินะครับว่าแล้วมึงจะเคี้ยวไหวเหรอ 55+ สรุปแล้วพอมาถึงผมก็แจกจ่ายเป็ดย่างให้กับ เต๋าและแม่หมดครับ จนมันเป็นหมีหยก น้ำเป็ดย่างเอ็มเคแล้ว อิอิ
เล่ามาถึงตอนนี้แล้วต่อจากนี้ทุกอย่างก็ค่อยๆดีขึ้นครับ อาการก็ดีขึ้นทุกอย่างยกเว้นอย่างเดียวที่นับวันก็ยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ จน... แต่เรื่องนี้ที่เขียนไม่ได้เพราะอยากให้คนอ่านเห็นใจนะครับแต่เป็นเพราะผมอยากที่จะเก็บไว้ครับครั้งหนึ่งในความทรงจำของผม ผมคิดว่ามันเป็น 1 ในเหตุการณ์ที่น่าจะเลวร้ายเกือบจะที่สุดในชีวิตของผมเลยก็ว่าได้ครับ เผื่ออีกหน่อยตอนแก่เมื่อผมกลับมาดูก็คงจะได้จำได้ เพราะเขียนไว้อย่างละเอียดมากๆ....ไปเล่นเกมหละครับ ไว้คงได้มาเขียนอีกนะครับ บายๆ.....
July 06 วันที่ลืมไม่ลงภาค2 หลังจากที่ท่านทั้ง 2 ได้สลับที่กันเรียบร้อยแล้ว นั้น ก็ใช้เวลาในการดำเนินการอยู่ซักพัก อาจารย์ของผมก็พูดว่าพี่เห็นมันแล้ว อาจารย์อีกท่านก็พูดร่วมขึ้นว่า ใช่ค่ะอาจารย์
หนูจับมันอยู่ตรงนี้ มันอยู่ตรงมือหนู แล้วทั้งคู่ก็พยายามล้วงแคะ แกะ ทะลวง อยู่สักพัก แต่แล้วก็มีความหวังเพิ่มขึ้น เมื่ออาจารย์บอกว่า ใกล้แล้วมันอยู่ตรงนี้ แต่ความหวังก็ดับวูบไปอีก
.เมื่ออาจารย์กลับบอกว่า แต่จับมันไม่ได้ จะค่อยๆลงไปแต่จับไม่ได้ ให้พยาบาลเอาเครื่องมือมาอีกหลายต่อหลายชิ้น แต่ก็ยังไม่ออกจนในที่สุดแล้วไม่รู้ทำอีท่าไหน
อาจารย์ของผมก็จับมันได้ในที่สุด แล้วก้เกิดไรขึ้นต่อไม่รู้ครับ แต่แล้วอยู่ดีๆ ก็มีเสียงปรมมือดังกึกก้องมากๆ เหมือนกับมีใครมารับปริญญาอยู่ใกล้ๆ โอ้ ไม่ใช่ครับ
แต่เป็นเพราะไม่มีใครมาล้วงในปากผมอีกแล้วครับ อาจารย์ท่านได้เอาออกไปแล้วครับ โอ้ อาจารย์อีกท่านก็มาจับแก้มผม เขย่าๆ ด้วยอาการดีใจมากครับ ผมรู้สึกได้
ผมก็อยากบอกว่า โคดดีใจเลยครับ อาจาย์ พร้อมกับ ยกเนิ้วโป้งให้อาจารย์ 1 นิ้ว แล้วทำอาการกำหมัด ร้อง เยสสสส.... 1 ที อาจารย์ท่าก็กลับมานั่งเย็บแผลให้ข้าพเจ้าครับ พร้อมกับพูดคำว่าขอโทษตลอดเวลา เดี๋ยวอาจารย์จะเย็บเหงือกให้ลูกเหมือนให้เหมือนกับเมื่อก่อนเลยนะ ไม่ต้องกลัว แล้วนี่ลูกอยากกินไรเนี่ย ไว้หายแล้วจะพาไปเลี้ยง
โอ้ อาจารย์จะพาไปเลี้ยงอ้าอออ... ขณะเย็บแผลนั้นผม ผมจำไม่ได้ครับว่ามีเข็มทิ่มผมซักกี่เข็ม เพราะคิดว่าไม่น่าจะตำกว่า 8 เข็มได้ครับ โอ้
คงเย็บแบบเยอะมากเลยครับ และแล้วทุกอย่างก็ดูเหมือนกับจบแต่มันยังไม่จบแค่นั้นครับ เพราะมันยังเหลือฟันบนอีกครับ ที่เมื่อเวลาเราถอนฟันล่างไปแล้ว ฟันบนจะไม่มีคู่สบซึ่งจะถือว่าเป็นฟันที่ไม่มีประโยชน์ควรจะเอาออก แต่วันนั้นอาจารย์ถามผมว่าจะเอาออกเลยไม้ ผมก็สะบัดมือขึ้นบอกว่าพอแล้วครับ อาจารย์ ผมอยากกลับบ้านแล้วครับ แต่อาจารย์กลับบอกว่าถอนเลยเหอะเพราะไหนๆก็เจ็บตัวแล้ว มันไม่น่ามีปัญหาอีกแล้ว....อ่าว.....แล้วจะถามผมทำไมหละครับว่าจะถอนวันนี้รึเปล่าเนี่ย...
และแล้วท่านก็ฉีดยาชาเพิ่มแล้วก็เริ่มถอนฟันบน ด้วยประสบการอันหลายปีของท่านฟันบนไม่ถึง 3 นาทีมันก็หลุดออกมาแล้วครับ สบายมากๆ ทุกคนก็ปรมมิอกันครับ เสียงดังกึกก้องคลึกครื้นกลับมาอีกครั้ง เสียงอาจารย์ยำหลายครั้งว่า ปุณยากร กลับไปเนี่ย เธอบวมแน่ๆ บวมแน่ๆ .....โอ้ว ก็น่าจะบวมหรอกครับ ล้วง แคะขนาดนั้น ...ตายแน่งานนี้ หมดหล่อไปอีกอาทิตย์ชัวเลยกู.... ด้วยความเป็นห่วงตัวผมอาจารย์จึงสั่งให้นางพยาบาล เอายาแก้ปวดชนิดที่ต้องฉีดเข้ากล้ามเนื้อมา ด้วยความกลัวว่าผมต้องปวดชัวๆ
ใช้ยาฉีดจะอยู่ได้นานกว่าและคงออกฤทธิ์ ได้เร็วกว่าหละมั้ง แต่ไงก็ขอบคุณตรับ หลังจากปรับเก้าอี้ขึ้นก็พบกับแสงสว่างครับ ตอนเปิดผ้าเนี่ยตู้สึกดีจริงๆครับแล้วก็เจอหน้าของเพื่อนๆ น้องๆ ที่มามุงกันเต็ม ทุกคนมีสีหน้ายิ้มแย้มมากๆ สนุกสนาน ไมรู้เพราะ ดีใจที่ผมไม่เป็นไรหรือว่าสะใจก็ไม่รู้นะ อิอิล้อเล่นครับ แต่ที่รู้ๆครับ ทุกคนรอเซ็นใบรีควายเม้นกับอาจารย์ผมอยู่ครับ
55+ จากนั้นพี่พยาบาลก็ให้ผมนั่งที่เก้าอี้ครับเพื่อรอนำยาฉีดมาฉีดให้ครับ พอตอนพี่พยาบาลเตรียมฉีดยานั้น ก็ได้ยินเสียงจากใครไม่ทราบครับว่าอย่าฉีดที่ไหล่เลยค่ะ ฉีดที่กลูเตรียสดีกว่าต่ะ(กลูเตรียส คือกล้ามเนื้อที่ตูดครับ)โอ้ วาย ชี เซด หมาๆไลค์ แด้ต ผมอยากจะบอกกับเค้าว่า เอาเหอะให้พยาบาลฉีดไหล่เหอะ เดี๋ยวฉีดเสร็จแล้ว ให้ดูตูดก็ได้ไม่ต้องฉีดตูดหรอกน้า 55+ พี่พยาบาลก็ทำการฉีดเสร็จเรียบร้อย ครับ ผมก็ลงจากเก้าอี้ แล้วก็มีคนมารอดูหน้าผมเยอะมากตอนน้นเท่าที่จำได้ มีเจ้บัวก็มาถ่ายรูปครับ แต่เสียดายไม่ค่อยชัดเลยเห็นบวมไม่เต็มที่ครับ ........เห้อรอดซักทีกู แล้วพรุ่งนี้หละ กูคงเป็นซาลาเปาชัว ......แล้วอาจารยฺก็เข้ามาดูหน้าผมจากข้างนอกครับ แล้วก็บอกว่าปุณยากร พี่ว่าพรุ่งนี้น้องต้องบวมมากๆแน่แล้วค่ะ ...โอ้ อาจารย์ ทำไมพูดอย่างนี้.... จากนั้นผมก็ได้ไปเอาใบรับยาไปรับยาที่ห้องจ่ายยาครับ แล้วก็เดินกลับมาขอบคุณอาจารย์อีกครั้ง อาจารย์ก็น่ารักมากครับ บอกให้ผมรอก่อน
แล้วท่านก็เข้าไปเอายาแก้ปวดอย่างแรงของท่านออกมาใส่ซองให้ผมบอกให้ผมกินแทนยาแก้ปวดอีกอัน ซึ่งมีฤทธิ์น้อยกว่า โอ้.....
ปล.- ผมเพิ่งมารู้ทีหลังว่าเหตุการเช่นนี้เกิดขึ้นเพราะบริเวณกระดูกทางด้านลิงกัวของผมบางมากจึงทำให้เกิดการแตกและทะลุลงไปในลิงกัวพัลช์ได้โดยง่าย
-ยาชาที่ใช้ในการผ่าฟันคุดของผมรวมทั้งหมดทั้งสิ้น 10 หลอดพอดี ซึ่งปกติยาชาที่ใช้กับคนปกติใช้ได้มากสุด คือ 11 หลอดครับ โอ้ ผมเกือบชักกะแด้กๆๆ บนเก้าอี้แล้วเหรอเนี่ย
-ไหมที่ใช้เย็บผมเป็นไหมละลายครับ คือประมาณว่าคงเยอะมากอะ เผื่อไม่ต้องตัด และเย็บไม่รู้กี่เข็มครับ เพราะไม่ได้เขียนในแฟ้ม ด้วย แต่คาดว่าไม่น่าจะตำกว่า 8 เข็ม และบริเวณที่เย็บก็ล่อมาถึงบริเวณฟันเขี้ยวเลยครับ แบบประมาณว่ายิ้มแล้วเห็นไหมเย็บเลยอะครับ
- ผมอ้าปากได้ไม่ถึง10มิลในเวลาอีก 30 นาทีต่อมา เป็นอย่างนี้อยู่หลายวันมาก
แต่เรื่องซวยๆ ก็ยังไม่จบแค่นั้นครับ ผมกลับบ้านทันทีทั้งๆที่มีประชุมเด้นแคมปฺ เดินออกมาหน้าโบนันซ่า เรียกแท็กซี่กลับบ้านครับ
ระหว่างทางนั้นก็มีคนโทรศัพท์เข้ามาครับ ทั้งๆที่ผมอยากคุยด้วยกับเค้ามากๆในตอนนั้นมาครับ แต่ผมกลับคุยด้วยไม่ได้ เพราะตอนนั้นพูดก็พูดไม่ได้นำแข็งก็ประคบอยู่ กัดผ้าอยู่อีกครับ
และแล้วก็ไม่ได้คุยกันเท่าไหร่ แต่พอกดวางเท่านั้นแหละครับ ไอ้ปุ่มโทรศัพท์ของผมมันดันกระเด็นหายไปปุ่มนึงอะ มันเป็นโทรศัพทฺที่ผมใช้มาตั้งแต่ปี 2 ครับ ใช้ทนมาก
แต่คงไม่เป้นไรหรอกถ้าปุ่มนั้นมันเป็ฯปุ่มไม่สำคัญ แต่มันดันกลายเป็นปุ่มที่ใช้วางสายครับ เท่านั้นไม่พอ มันเป็นปุ่มสำหรับเปิดปิดเครื่องอะครับ....โอ้ โทรศัพท์กูใช้จนปุ่มกระเด้งออกมาอ้าโคดทน........ และแล้วผมก็ได้เริ่มพยายามหา หา หา แต่ด้วยปากอ้าไม่ได้ตึงมาก นำแข็งในมือ เลือดกกปาก หลายปัจจัยเหนื่ยวนำ ทำให้ผมคงต้องจำใจทิ้งปุ่มอันนั้นไว้บนแท็กซี่หละครับ ...โอ้โทรศัพท์กู ไปซะแล้ว.........
เหตุการณ์เป็นไงต่อโปรดติดตามภาค 3 นะครับ วันนี้ไม่ไหวแล้วต้องไปนอนก่อนครับ เพราะพรุ่งนี้มีภารกิจสำคัญครับ ต้องไปรับใช้ชาติครับ
มันนัดตั้งแต่ 7 โมงครับ ไม่รู้จะนัดทำไมสงสัยผมคงโดนมันสั่งวิดพื้น รัวๆ แน่ๆเลยครับ เห้อ แต่ยังไงก็เป็นสิบเอกแล้วคับ 555+ สิบเอก ทันตแพทย์ ปุณยากร โอ้ โคดเท่ห์ 555+
July 05 วันที่ลืมไม่ลง อยู่ดีๆก็คิดถึงวันวันนึงขึ้นมาแหละ นั่นคือวันที่ 25/5/2550 เป็นวันที่ผมคงลืมไม่ลงเลย
วันนั้นเหตุการณิทุกอย่างก็ดำเนินไปอย่างปกติครับตอนเช้าก็ขึ้นคลินิกอุดฟันคลาสทูผ่านไปแบบสบายๆ
ตอนบ่ายก็ขึ้นคลินิกศัลย์ครับ ทุกอย่างดำเนินไปได้อย่าปกิมากมาก ถอนฟันไป 1 คน ก็โอเค จนมาถึงช่วง3โมงพอดี
เป็นช่วงที่ไม่มีคนไข้แล้วครับ ทุกคนก็นั่งคุยกันตามภาษานิสิตว่างงาน ส่วนข้าพเจ้านั้นเกิดเป็นบ้าขึ้นมาไม่รู้ครับ
อยากผ่าฟันคุดกระทันหันครับเพราะว่าฟิลม์เอกเรย์ก็มีอยู่แล้ว แฟ้มของผมก็เบิกมาอยู่แล้ว อาจารย์ก็ว่างอยู่ครับ
ก็เลยไปขออาจารย์ ผ่าฟันคุดให้หน่อยครับ ....ตกกกลงงงลูกกก(สไตล์อาจารย์ปาหนัน อิอิ) เตรียมมมเซททเลยลูกกก(โอ้ยเหนื่อย เอาเป็นว่า
ประโยคต่อไปนี้ถ้าเป็นอาจารย์พูดจะเป็นปาหนันสไตล์นะ เป็นอันรู้กัน อิอิ)
แน่นอนครับ ข้าพเจ้าเตรียมเซทถอนฟันคุดเองเลยครับ กางเรียบร้อย
นั่งเก้าอี้ปรับเก้าอี้ของทั้ งoperator และ คนไข้เรียบร้อยเลยครับ กระโดดขึ้นนอนด้วยความสบายใจ และพูดกับเพื่อนๆที่มายืนมุงให้กำลังใจ(เหรอ)
ว่านี่ตูนยอมเป็นcasestudyเลยนะ แซวกันไปมาอย่างสนุกสนาน ตูนฟันแกเรียงสวยเหมือนฟันปลอมเลยอะ ดูเหงือกดิ แล้วก็เรียกกันมาดูครับ ซักพักมีคนพูดว่า เปลี่ยนคุณแมนมาทำให้มั้ย ก็หัวเราะกันไปตามภาษาวัยรุ่นกลุ่ม b2
และที่จำแม่นมากๆคืออยู่ดีๆมีคนถามว่า "ตูนอยากกินอะไรเดี๋ยวจะได้บอกแม่ถูก" แต่จำไม่ได้ว่าใครพูดนะ โอ้...วายด๊อกเมาท์ไลค์แดท ตอนนั้นก็ไม่คิดไรหรอก
จำไม่ได้ว่าตอบไปด้วยรึเปล่าว่าชอบกินอะไร แต่แล้วเมื่อเวลา 15.10นาทีนิดๆก็ได้เวลาเริ่มปฏิบัติการ อาจาร์ก็มาฉีดยาชาให้ก่อนตามปกติการถอนฟัน
ก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ สบ้าย...ฉีดยาชา hurt a little bit like an ant bite หลังจากนั้นก็ให้ข้าพเจ้านอน แล้วก็คลุมผ้าเพื่อนๆช่วยกันเตรียม
ชุดดูดนำลายเสร็จ ก็ได้เวลาพวกมือบอนแล้ว ( เพราะเวลาที่พอปูผ้าปิดหน้าแล้วปกติจะไม่ให้เอามือขึ้นมาในโซนทำงานแล้วเพราะถือว่าเป็นโซนสะอาดแล้วครับ
)จึงเปิดโอกาศให้ ยัยมิ้นตัวแสบ เอาปากกามาบรรเลงมือของข้าพเจ้าซึ่งไม่อาจตอบโต้ได้อย่างสนุกสนาน โดยมาข้ออ้างว่าจะได้เป็นการส่งซิกให้อาจารรู้ไงตูนว่า
เวลาเจ็บเนี่ยให้ยกนิ้วชี้ นิ้วกลางเนี่ยอะนะไม่เจ็บ นิ้วนางคือนิดเดียว นิ้วก้อยคือมาก ผมก็ไม่ได้คิดไรมากครับก็คิดในใจอีกด้วยครับว่า อื้อ ไอเดียมันดีใช้ได้นะ
และแล้วการผ่าฟันคุดก็ได้เริ่มขึ้นผ่าเปิดเหงือก กรอกระดูก ด้วยประสบการณ์เคยผ่าฟันคุดให้คนอื่นมาแล้วก็ทำให้สามารถจินตนาการเห็นภาพได้อย่างชัดเจนและคิดว่าทุกอย่าง
ก็เป็นไปอย่างราบรื่น เสียงอึกทึกเพื่อนๆ น้องๆ ก็มาดูกันอย่างสนุกสนาน ทุกคนต่างคุยกันดูมึความสุขมาก แซวผมอย่างมีความสุข ทุกอย่างก็ดำเนินไปอย่างปกติจนกระทั่งเวลา ประมาณ
ครึ่งชั่วโมงหลังจากเริ่มงาน เริ่มรู้สึกได้ถึงการพยายามเอาออกของอาจารย์ (ในใจก็คิดว่า ดูเหมือนทำไมมันเอาออกยังจัง) แต่แล้วในที่สุดเรื่องที่ไม่คาดผันก็ได้เกิดขึ้นครับ เมื่ออยู่ดีๆ มี
ความรู้สึกเหมือนการงัดแล้วเกิดเสียงดังตรุบ พร้อมกับความรู้สึกเหมือนเลือดเอ่อล้นขึ้นมาบริเวณที่ทำ ครับ และแล้วก็มีเสียงอาจารย์ดังขึ้นมาครับว่า
ว้ายยย ลงลิงกัวพัลช์ชชชช และแล้วทุกเสียงเชียร์ เสียงอึกทึกก็เริ่มดังขึ้นอีกครั้ง แต่เริ่มเหมือนแปลกๆครับ อาจารย์จับผมพลิกหน้ามาทางอาจารย์ แล้วเอามือกดบริเวณคางด้านขวาไว้
ช้อนจากใต้คางค้างไว้ และแล้วเสียงเชียร์ก็เริ่มหยุดลง ทุกคนเริ่มเชียร์ไม่ออกครับ อาจารย์พยายามที่จะเอาออกครับ แต่ความรู้สึกผมบอกว่ามันคงจะไม่มีอะไรหรอก เดี๋ยวอาจารย์ก็เอาออกได้แหละ สบายมาก แต่มันไม่เป็นอย่างนั้นครับทุกครั้งที่อาจารย์พยายามล้วงเข้าไปเพื่อเอารากฟันที่หักออกมันเจ็บมาก เจ็บจนสะดุ้ง บางครั้งทนได้ก็ทน บางครั้งไม่ไหวก็ร้องโอ้ย
และอาจารย์ก็ได้เพิ่มยาชาให้.. ให้ .. ผมจำไม่ได้ว่าโดนจิ้มเข็มไปกี่ทีครับ แต่แน่ใจว่าไม่ตำกว่า 10 แน่นอน และแล้วเมื่อนานเข้าผมก็รู้สึกไม่ไหวเหมือนกัน แต่ไงก็ต้องทน
แต่ได้ยินเสียงอาจารย์แล้วบางครั้งก็พอลดเจ็บได้บ้างครับเพราะทุกครั้งที่ผมโอ้ย หรือว่าสะดุ้งบอกว่าเจ็บ คำพูดที่ผมจะได้ยินตลอดเวลาคือ" ขอโทษลูก เดี๋ยวอาจารย์จะเอาออกให้ลูก
ไม่ต้องกลัวลูก"ผมว่าคำพูดนี้มันสามารถช่วยได้เยอะมากเลยครับ แต่แล้วสักพัก อาจารย์ก็บอกกับนางพยาบาลว่า "ขอdent มาช่วยหน่อยค่คคคคะ"
โอ้ต้อง dent เลยเหรอ แต่ที่ตกใจกว่านั้นเมื่อพยาบาลตอบมาว่าdent ปี1 เหรอค่ะ แต่อาจารย์บอกว่าdent ปี1 ไม่ได้หรอกค่ะ ขอเป็นเด้นปี 3เลยนะค่ะคค
โอ้ในใจของผมตอนนั้น บอกไม่ถูกครับคิดครับว่ามันขนาดต้องใช้เรสซิเด้นปี3 เลยเหรอ โอ้ เกิดไรกับกูเนี่ย ขณะรอพี่เรศซิเด้น ผมว่าเป็นนาทีที่ทรมานกว่าตอนอาจารย์ทำอีกครับ มืออาจารย์ก็อยู่บริเวณข้างคอผมตลอดเวลาครับคอยล้วงไม่ให้เศษฟันตกไปลึกกว่านี้ แต่มันเจ็บมากเลยทุกครั้งที่อาจารย์พยายามจะล้วง แล้วโกยให้มันขึ้นมาเพราะทางข้างนอกไม่ได้ฉีดยาชาครับ ปล.ที่เรียกเรสซิเด้นมาช่วยครับก็เพราะส่วนนึงเคสผมคงยากด้วยหละครับเพราะผมมีปุ่มกระดูกที่ใหญ่มากบริเวณขากรรไกรล่างครับ
และแล้ว 15 นาทีต่อมาเห็นจะได้ ก็มีพี่เรสซิเด้นมาครับ ล้างมือ ใส่ถุงมือ มาปฏิบัติการเป็นผู้ช่วยอาจารย์ครับ ในใจตอนนั้นพูดจริง ใจนึงก็อุ่นใจครับมีพี่เรสซิเด้นมาช่วยอาจารย์
แต่คำถามในใจยังอยู่ครับว่าขนาดต้องเรศซิเด้นเลยเหรอ เนี่ย ล้วงกันอยู่ซักพัก ฉีดยาชา ล้วงเปิดเหงือกขึ้นมาอีกครับจากเดิมเวลาผ่าจะผ่าอย่างมากก็แค่ฟันกราม แต่ของข้าพเจ้า
แต่ไม่ใช่สำหรับวันนี้ครับ วันนี้ล่อไปเลยครับถึงฟันหน้า โอ้ ผ่าเหงือกถึงฟันหน้า อาจารย์ก็พูดครับว่าโถ่ถถ complete dentureของลูก พี่ขอโทษนะค้ะ เดี๋ยวพี่จะทำให้มันเหมือนเดิม
โอ้ในใจผมก็คิดขึ้นมาทันที โอ้... หมดหล่อกันคราวนี้ แต่ถ้ามันเอาออกได้หล่อน้อยลงหน่อยก็ไม่เป็นไร 55+ แต่ตอนนั้นพูดตรงๆครับ ทำไรถูกครับ ได้แต่บอกว่า"เอาเลยครับ"
และแล้วทั้งคู่ครับก็ช่วยกันอยู่เกือบ 45 นาทีเห็นจะได้ครับ ทุกอย่างเป็นเสตปเดิมสุดๆ {ล้วงคาง ควักจากข้างบน สะดุ้ง.. โอ้ย.. }เป็นวัฏจักรครับไม่รู้กี่รอบ จนในที่สุดแล้วอาจารย์ก็พูดว่าพี่พยาบาลค่ะคคค มี"อาจารย์"ท่านไหนอยู่บ้างค่ะตอนนี้"ในใจผมตอนนั้นบอกได้เลยครับว่า ใจตกไปที่ตาตุ่มก็ยังสูงไปเลยครับ กูแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ
อาจารย์ 1 คน+พี่เรสซิเด้น ปี 3 อีก1คนยังไม่พอเหรอเนี่ย โอ้..ตายแล้วกู งานนี้ถ้าเอาไม่ออกอีกมีหวังกูได้โดนดมยาสลบเอาออกผ่าจากข้างนอกแน่เลยอ้า ... กลัวมากตอนนั้น
พูดจริงๆนะครับตอนที่มีอารมนั้นก็อยู่ดีๆ ก็มีหน้าคนตั้งหลายคนลอยขึ้นมาแหละ ไม่รู้จะเคยเป็นกันรึเปล่า แต่มีหน้าของหลายคนลอยขึ้นมาจริงๆนะครับ
คนแรกเลยก็พ่อผม ,แม่ผม , น้อง ครู แล้วก็คนที่คิดถึง ,เฮมุ ชิมเบ้ มันมากันหมดเลยครับ ในใจก็คิดว่าขออย่าได้เป็นไรเลย เอาออกเร็วๆเหอะ อยากกลับบ้านแล้วอยากกลับบ้านจริงๆ
สักพักพี่พยาบาลก็บอกกับอาจารย์ว่า ไม่มีอาจารย์คนไหนอยู่ที่ภาคเลยค่ะ ..... เอาแล้วมึงงานนี้กูนอนถึงพรุ่งนี้เช้าแน่เลยอ้า...
แต่เดชะบุญ พี่พยาบาลบอกอีกประโยคนึงต่อมาว่า อ๋อพอดีมีอาจารย์ท่านนึงเพิ่งออกไปค่ะ อาจารย์เค้ามีนัดตอน 6 โมงที่รพ.กรุงเทพ ค่ะ
โอ้ อาจารย์ผมไม่รอช้าเลยครับบอกพยาบาลทันทีว่าโทรหาด่วน ฟังก็งงงงครับตอนนั้นไม่ค่อยรู้เรื่องแล้ว รู้แต่เหมือนอาจารย์ขับรถอยู่แถวสวนลุมครับ
โอ้อาจารย์ผมขอให้อาจารย์ท่านนี้ครับกลับมาโดยด่วน โอ้.. ค่อยยังชั่ว
ระหว่างที่รออาจารย์ท่านนั้นวนรถกลับมา ครับ ก็ได้เกิดมีท่านผู้อวุโสท่านนึงซึ่งผมคาดว่าคงเป็นอาจารย์เมื่อสมัยโบราณ คาดว่าคงโบราณมากมาก
เพราะอาจารย์ผมเรียกว่าอาจารย์ครับ ก็เดินมาถามที่ยูนิตว่ามีอะไรเหรอ อาจารย์ก็บอกไปครับว่าผ่าแล้วลงลิงกัวพัลช์ กำลังพยายามเอาออกอยู่แต่ติดปุ่มกระดูกเอาออกยาก
อาจารย์ท่านน้นก็ถามครับว่าใหญ่เปล่าอาจารย์ผมก็บอกว่าไม่ใหญ่ครับ แต่คลำได้ ไม่มีการติดเชื้อเพราะเป็นฟันคุดธรรมดาไม่ใช่ฟันผุ
โอ้ แล้วคำพูดของปรมจารย์ ตั้กม้อ ที่ผมไม่อยากได้ยินก็ออกมาครับ อ่าว ถ้างั้นก็ตัดปุ่มกระดุกไปด้วยเลยสิ ...โอ้ ..มายก้อด แค่นี้กูก็จะตาย แล้วววววว ถ้าตัดกระดูกอีกมีหวัง อีก 2ชมกว่าผมอยากกลับบ้านครับบบบบบ ..... แต่แล้วอาจารย์แม่พระของผมก็บอกว่า เด็กเค้าชำมากแล้วค่ะ ถ้าตัดอีกเดี๋ยวจะไปกันใหญ่
โอ้ขอบคุณสวรรค์ที่อาจารย์ผมไม่เชื่อปรมาจารย์ตั้กม้อ โอ้ ... ดีใจ
และแล้วอาจารย์อีกท่านก็มาถึงครับ ท่านก็มาทำครับช่วยกับอาจารย์ผม อาจารย์ผมก็คุยกับอาจารย์อีกท่านอธิบายถึงแผนการในการเอารากฟันตัวร้ายออกโดยท่านจะจับแล้วล้วง+ช้อนจากข้างล่าง โดยให้อาจารย์อีกท่านล้วงแล้วเอามีดตัดกล้ามเนื้อ + เทนด้อน ลงไปค่อยๆ เอาฟอเซฟ หรือ แคล้ม หรือเครื่องมืออะไรก็ไม่รู้ครับ ตอนนั้นหูอื้อหมดแล้วครับ
มาหยิบออกไป หลังจากทั้งคู่ได้พยายามกันอยู่พักใหญ่ ก็ยังไม่ออก มีแต่อาจารย์ผมบอกว่า เวลาที่ผมกลืนนำลาย ฟันมันก็จะยิ่งตกไป ...โอ้ ทีนี้กลืนนำลายก็ไม่ได้ ทำไงดี้ดดด...
ผมก็พยายามจะไม่กลืนครับ แต่ก็เข้าวัฏจักรเดิมอีกครับ (ล้วง ควัก โอ้ย สะดุ้ง )ตลอดเวลาครับ เวลานั้นเจ็บมาก - มากที่สุด ตอนสะดุ้งมีอยู่ตอนนึงสะดุ้งแรงมากเพราะเจ็บมาก
แต่แล้วก็มีมือใครไม่รู้ครับมาจับมือไว้ด้วยครับ จนตอนนี้ก็ไม่รู้ว่ามือใครครับ แต่ขอบใจมากขอบใจจริงๆ เวลานั้นมันเจ็บไม่รู้จะเจ็บไงเลยอะ ปากก็พูดว่า "โผ้มเจะคั บ"ตลอดเวลา
แต่พอได้ยินเสียงอาจารย์ว่า"ขอโทษลูก ไม่ต้องกลัวลูก"ก็พอรู้ครับว่าบ่นไปก็ไม่ได้ช่วยอะไรก็คงต้องทนเจ็บ เพราะอาจารย์ก็พยายามเหมือนกันครับ และแล้วอาจารย์ทั้ง2ก็สลับที่กันครับ
อาจารย์ผมจะเป็นคนมาเอาออก ส่วน อาจารย์ที่พึ่งมาก็มาจับฟันที่จะตกลงไปในบริเวณต่อมนำลายของผมไว้ครับ
-------------------------จบภาค แรก-----------------------ติดตามภาค2นะครับ
July 01 เรียนภาษาอีสานแบบกวดวิชาวันนี้ไปสอนน้องบิ้วที่สีลมคอมเพล็กตามปกตื ก็แอบเห็นฝรั่งกับคนไทยหน้าตาทางอีสานอยู่โต้ะนึง ตอนแรกคิดว่ากำลังเรียนภาษาอังกฤษอยู่
แต่แล้วพอได้ไปนั่งใกล้ๆ กลับได้ยินว่าคนไทยคนนั้นเป็นคนที่สอนฝรั่งให้พูดภาษาอีสาน "คำว่าพูด ภาษาอีสานเค้าเรียกว่า ว่าว คำว่าจุด คล้ายกับคำว่าเปิด
แต่ใช้กับเทียน"ฟังแล้วก็อดขำไม่ได้ แต่พอคิดดูอีกทีก็คิดได้ว่าฝรั่งคนนี้น่าจะเป็นคนต่างชาติที่คงจะมาหลงรักและคงจะแต่งงานกับสาวทางภาคอีสานบ้านเรา
ก็เลยมาเรียนภาษาเพื่อจะได้อยู่ด้วยกัน ได้ คืดๆดูแล้วฝรั่งคนนี้ก็ดูรักจริงไม่น้อยเลย พยายามที่จะเรียนภาษาของฝ่ายหญิงแทนที่จะพยายามให้ผ่ายหญิง
เรียนภาษาของเขา แต่ไม่รู้ว่าฝ่ายหญิงจะเรียนภาษาอังกฤษบ้างรึเปล่าก็ไม่รู้โนะ
ปล. แอบถ่ายภาพมา ความจริงอยากจะเข้าไปถ่ายตรงๆแต่กลัวเป็นพวกโรคจิตเลยแอบถ่ายมา555+
โรคจิตกว่าเดิม แต่เจ๋งดีชอบ ฝรั่งเรียนพิเศษ"ภาษาอีสาน" |
|
||||||||||||||||||
|
|